แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ พ.ศ. 2547

      Comments Off on แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ พ.ศ. 2547

ประวัติศาสตร์ของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คนไทยและประชาชนในพื้นที่มหาสมุทรอินเดียต่างไม่เคยลืมย้อนกลับไปเมื่อ 13 ปีที่แล้วมหาภัยพิบัติที่คร่าชีวิตคนกว่า 200,000 คนกลายเป็นเหตุการณ์ที่คนทั่วโลกต้องตื่นตัวในการป้องกันตัวเมื่อเผชิญหน้ากับภัยพิบัติทางธรรมชาติมากขึ้น วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 เป็นช่วงเช้าวันหยุดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมายังประเทศไทยโดยเฉพาะชายฝั่งทะเลอันดามัน เวลาประมาณ 07.58 น. ตามเวลาในประเทศไทยเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 9.1 แมกนิจูด บริเวณทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นแผ่นดินไหวใต้ทะเลความลึก 30 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวนั้นสั่นสะเทือนทั่วทั้งเกาะสุมาตราและบ้านเรือนพังเสียหายจำนวนมาก นอกจากนี้แรงสั่นสะเทือนยังรู้สึกได้ในพื้นที่ของประเทศไทยโดยเฉพาะทางภาคใต้ หลังจากเกิดแผ่นดินไหวประมาณ 10 – 15 นาทีคลื่นสึนามิสูงประมาณ 40 เมตรเคลื่อนตัวเข้าถล่มชายฝั่งเกาะสุมาตราบริเวณเมืองบันดาร์อาเจะห์ได้รับความเสียหายมากที่สุด หลังจากนั้นประมาณ 30 นาทีคลื่นยักษ์สูง 10 – 13 เมตรคลื่นตัวเข้าถล่มชายฝั่งประเทศไทยบริเวณ 6 จังหวัดได้แก่ ภูเก็ต, พังงา, ตรัง, กระบี่, ระนอง, สตูล โดยเฉพาะจังหวัด ภูเก็ตและพังงา ได้รับความเสียหายมากที่สุดเนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย ที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โดนคลื่นสูงที่สุดคือ 11.5 เมตร หลังจากนั้นคลื่นเคลื่อนตัวถล่มชายฝั่งประเทศอื่นๆของมหาสมุทรอินเดีย เช่น อินเดีย, ศรีลังกา, มัลดีฟ, มาเลเซีย, เมียร์มาร์ จนถึงชายฝั่งแอฟริกา หลังจากเหตุการณ์สงบลงมีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 240,000 ราย จากจำนวนผู้เสียชีวิตมากมายขนาดนี้เนื่องจากว่า ในมหาสมุทรอินเดียนั้นไม่มีทุ่นเตือนภัยสึนามิเหมือนในพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลบ่อยครั้ง ทั้งคลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดียนั้นไม่เกิดขึ้นมานานมากแล้วนับตั้งแต่การปะทุของภูเขาไฟกรากะตัวในปี 1883 แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ ปี 2547 นั้นนับว่าเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงระดับเมกะทรัสต์เป็นอันดับ 3 ของโลกจากแผ่นดินไหวในรอบ 100 ปี รองจากแผ่นดินไหวในชิลี ค.ศ. 1960 (แมกนิจูด 9.5) และแผ่นดินไหวในอะแลสกา ค.ศ. 1964 (แมกนิจูด 9.2) หลังแผ่นดินไหวดังกล่าวทำให้มีการตื่นตัวในการป้องกันภัยจากแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิมากขึ้นโดยประเทศในแถบมหาสมุทรอินเดียต่างร่วมลงทุนเงินมหาศาลในการจัดตั้งทุ่นเตือนภัยสึนามิขึ้นในมหาสมุทรอินเดียเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม รวมถึงมีการให้ความรู้เกี่ยวกับคลื่นสึนามิและวิธีการหลบภัยรวมถึงมีการสร้างจุดหนีคลื่นสึนามิด้วย แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะผ่านพ้นไปแล้วแต่ในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555 เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลในจุดเดิมอีกครั้งขนาด 8.6 ซึ่งนับว่าโชคดีที่แผ่นดินไหวดังกล่าวเป็นแผ่นดินไหวแบบรอยเลื่อนส่วนทางกันซึ่งไม่ก่อให้เกิดสึนามิที่รุนแรงเหมือนกับแผ่นดินไหวแบบมุดตัว